แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ASSETPLUS แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ASSETPLUS แสดงบทความทั้งหมด

3/06/2555

แอสเซท พลัส มองหุ้นไทยขาขึ้นจากสภาพคล่องทางการเงินโลก เปิด IPO กองทุน ASP-SMART12 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 9 มีนาคม นี้ ตั้งเป้า 9% ใน 1 ปี

แอสเซท พลัส มองหุ้นไทยขาขึ้นจากสภาพคล่องทางการเงินโลก
เปิด IPO กองทุน ASP-SMART12 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 9 มีนาคม นี้ ตั้งเป้า 9% ใน 1 ปี


กรุงเทพฯ 27 กุมภาพันธ์ 2555: บลจ.แอสเซท พลัส เห็นโอกาสการลงทุนในหุ้นไทยจากสภาพคล่องทางการเงินของโลกที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชีย มั่นใจหุ้นอีก 1 ปีข้างหน้า SET Index มีโอกาสปรับตัวขึ้นแตะระดับ 1,250 จุด เป็นจังหวะเหมาะในการเปิด IPO กองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท 12 (ASP-SMART 12) ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 9 มีนาคม นี้ โดยตั้งเป้าหมายผลตอบแทน 9% ใน 1 ปี

นางลดาวรรณ เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด เปิดเผยว่า จากมาตรการการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงินและการลงทุนโลก เพื่อแก้ปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และวิกฤติหนี้สาธารณะในยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มมหาอำนาจโลก เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศใช้นโยบายคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำที่ 0% ไปอีก 2-3 ปี ข้างหน้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สหภาพยุโรปได้บรรลุข้อตกลงอนุมัติมาตรการช่วยเหลือกรีซครั้งที่ 2 และการให้คำมั่นสัญญาของประเทศจีนว่าจะลงทุนในกองทุนของยุโรป และคงสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์ในสกุลเงินยูโรต่อไป มีผลทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของประเทศในกลุ่มเอเชียซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับสูงจากการบริโภคในประเทศ และการส่งออก ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งการที่เม็ดเงินลงทุนกลับเข้ามาสู่ตลาดเอเชียอย่างต่อเนื่องนี้ จะส่งผลให้ตลาดหุ้นในเอเชียมีโอกาสเติบโตได้ดี

สำหรับตลาดหุ้นไทยก็ได้รับอานิสงค์จากสภาพคล่องทางการเงินโลกนี้เช่นกัน โดยปัจจุบันเม็ดเงินต่างประเทศที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยมีมากกว่า 30,000 ล้านบาท และคาดว่าจะยังไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพราะปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยอยู่ในเกณฑ์ดีขึ้น และได้รับปัจจัยหนุนหลักจากแนวโน้มอัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในปีนี้ ที่ระดับประมาณ 15% รวมถึงความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคของไทย ทำให้ตลาดหุ้นไทยในปีนี้มีความน่าสนใจลงทุน ดังนั้น บริษัทฯ จึงเสนอขาย IPO กองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท 12 (ASP-SMART12) ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 9 มีนาคม นี้ โดยกองทุน ASP-SMART 12 เป็นกองทุนผสมที่มีอายุโครงการ 1 ปี สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนระหว่างตราสารทุนและตราสารหนี้ในประเทศ ได้ 0–100% ทำให้กองทุนมีความยืดหยุ่นในด้านการกำหนดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น ในช่วงรอจังหวะเข้าลงทุน ทั้งนี้ กองทุนมีเป้าหมายการสร้างผลตอบแทนที่ระดับ 9% และปิดกองทุนเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ผ่านระดับ 10.90 บาท ภายใน 1 ปี หาก NAV ของกองทุนเพิ่มขึ้นไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ กองทุนจะเปลี่ยนเป็นกองทุนเปิดที่ไม่กำหนดอายุโครงการและสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ

นายพงศ์พันธุ์ อภิญญากุล หัวหน้าทีมวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด กล่าวว่า ในด้านการบริหารกองทุน ASP-SMART12 จะใช้หลักการบริหารแบบ Absolute Return โดยมีการกำหนดนโยบายการลงทุนที่ชัดเจน ทั้งการคัดเลือกตัวหุ้น และมีการกำหนดระดับราคาที่เข้าซื้อขายเพื่อทำกำไร เพื่อให้กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนในระดับ 9% ภายใน 1 ปี “กองทุน ASP-SMART 12 นี้ จะเน้นการเลือกหุ้น ซึ่งต้องสัมพันธ์กับราคาเป้าหมายที่จะทำกำไรได้ โดยปัจจุบันตลาดได้ปรับตัวขึ้นมาในระดับหนึ่ง แต่ก็มีปริมาณการซื้อขายสูง ทำให้ราคาหุ้นตอบสนองต่อพื้นฐานได้ดี เบื้องต้น บริษัทฯ ได้แบ่งกลุ่มหุ้นในการลงทุนเป็น 2 ส่วน โดย ส่วนแรก คือ Core investment ซึ่งเป็นหุ้นหลักในการลงทุน โดยจะเน้นหุ้นที่มีกำไรเติบโตสูง มีฐานะทางการเงินดี และสามารถใช้ข้อได้เปรียบนี้หากเศรษฐกิจปรับตัวลง โดยหุ้นในกลุ่มนี้จะเป็นตัวชี้นำดัชนี ส่วนที่ 2 คือ Trading investment ซึ่งเป็นหุ้นที่เลือกลงทุนตามปัจจัยพื้นฐาน เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ กลุ่มโภคภัณฑ์ขนาดใหญ่ และกลุ่มเศรษฐกิจในประเทศซึ่งปรับตัวขึ้นมาแล้วและผันผวนตามเม็ดเงินและข่าวสารมากกว่า ดังนั้น ผู้จัดการกองทุน จะต้องใช้พื้นฐานในระยะกลาง และความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นเพื่อหากำไรในตลาด

นอกจากนี้ ทีมผู้จัดการกองทุนจะมีการใช้ SET50 FUTURES ที่สะท้อนการปรับตัวของหุ้นขนาดใหญ่ 50 ตัวในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุนในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มผันผวนสูงได้”นายพงศ์พันธุ์ กล่าวนายพงศ์พันธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากปัจจัยสภาพคล่องการเงินโลกที่ไหลเข้าตลาดไทย และแนวโน้มการเติบโตของผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนฯ ทำให้บริษัทฯ คาดว่า ตลาดยังมีปัจจัยสนับสนุนการปรับตัวขึ้นในระยะ 1 ปี ข้างหน้า โดยมองกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ที่ 1,020-1,250 จุด ได้ และคาดว่า P/E Ratio ที่เหมาะสมของ SET Index ในปี 2555 นี้ อยู่ที่ประมาณ 10-13 เท่า โดยมีมุมมองว่าในช่วงตลาดหุ้นขาขึ้นนั้น จะมีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง ทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในหุ้น ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีมั่นใจว่าในช่วงระยะ 1 ปีนับจากนี้ กองทุน ASP-SMART 12 จะสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนใน หุ้น ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ที่ 9% จากเงินลงทุนเริ่มแรก

2/24/2555

บลจ. แอสเซท พลัส จะเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่ 2 กองทุนตราสารหนี้ วันที่ 22 และ 24 กุมภาพันธ์

บลจ.แอสเซท พลัส เตรียมเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสแอ็คทีฟตราสารหนี้ 8 (ASP-ACFIXED8) ลงทุนในตราสารหนี้ไทย อายุประมาณ 3 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.10%ต่อปี* และ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสทวีเงินออม 2 (ASP-MMF2) ลงทุนในตราสารหนี้ไทยและต่างประเทศ อายุประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.30%ต่อปี* วันที่ 22 และ 24 กุมภาพันธ์ 2555

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการขายและการตลาด กล่าวว่า จากผลกระทบจากอุทกภัยและวิกฤติเศรษฐกิจยุโรป ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ยังคงอัตราดอกเบี้ยให้ทรงอยู่ในระดับ3.00%ต่อปี อย่างไรก็ดี คาดว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง ทิศทางอัตราดอกเบี้ยอาจมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจาก ปริมาณพันธบัตรในตลาดมีจำนวนเพิ่มขึ้น เพราะทาง ธปท.อาจหาแหล่งเงินทุนรอบใหม่ โดยเป็นการออกพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อทดแทนพันธบัตรออมทรัพย์ช่วยชาติรุ่น SB129A ที่จะถึงกำหนดชำระในเดือนกันยายนนี้ จำนวน 206,203 ล้านบาท ทั้งนี้ จะต้องติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับผลตอบแทนและอายุของพันธบัตร ซึ่งคาดว่าจะชัดเจนในช่วงต้นไตรมาส 2 ประกอบกับ ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมกราคม 2555 ปรับตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.38 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าจะเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นปัจจัยที่สำ คัญที่ธปท.จะนำ มาพิจารณาควบคู่ไปกับการกำ หนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในครั้งต่อไป

สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ของบริษัทฯ ยังเป็นพอร์ตการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น โดยมองว่า ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในช่วงทรงตัว การลงทุนในระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน จะทำให้ผู้ลงทุนไม่เสียโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีหากมีการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป

“โดยในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นี้ บริษัทฯ จะ Rollover กองทุนเปิดแอสเซทพลัสแอ็คทีฟตราสารหนี้ 8 (ASP-ACFIXED8) ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่เปิดเสนอขายเป็นรอบระยะเวลา โดยรอบการลงทุนนี้มีระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในเงินฝากธนาคาร และตั๋วแลกเงินของธนาคารและสถาบันการเงินในประเทศผลตอบแทนประมาณ 3.10% ต่อปี* และในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นี้ บริษัทฯ จะ Rollover กองทุนเปิดแอสเซทพลัสทวีเงินออม 2 (ASP-MMF2) ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่เปิดเสนอขายทุกรอบ 6 เดือน โดยรอบการลงทุนนี้จะลงทุนในตราสารหนี้ไทยและต่างประเทศ ผลตอบแทนประมาณ 3.30% ต่อปี*

2/16/2555

แอสเซท พลัส คาดตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังเติบโตได้ดี พร้อมโชว์ผลการดำเนินงานกองทุน ASP-STARS ชนะตลาดหุ้นสหรัฐฯ

แอสเซท พลัส คาดตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังเติบโตได้ดี พร้อมโชว์ผลการดำเนินงานกองทุน ASP-STARS ชนะตลาดหุ้นสหรัฐฯ

แอสเซท พลัส เชื่อมั่นในกลยุทธ์การคัดเลือกหลักทรัพย์รายตัว สามารถผลักดันให้ กองทุน ASP-STARS สร้างผลตอบแทนให้กับลูกค้าได้ตามเป้าหมายในระยะเวลาที่กำหนด

นางลดาวรรณ เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและวิกฤติหนี้สาธารณะในยุโรป ส่งผลให้ภาวะการลงทุนมีความผันผวนค่อนข้างสูง ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนส่วนหนึ่งได้ปรับลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงจำพวกหุ้นลงไป และหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า แต่สำหรับบริษัทฯ ได้เห็นโอกาสการลงทุนในภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูงนี้ ดังนั้น เมื่อเดือน เมษายน2554 บริษัทฯ จึงได้เสนอขายกองทุนรูปแบบใหม่นอกเหนือจากการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศในลักษณะ Feeder Fundโดยเป็นกองทุนที่ทีมผู้จัดการกองทุน สามารถคัดสรรหลักทรัพย์ และบริหารกองทุนด้วยตนเองในลักษณะการบริหารแบบActive Fund ได้แก่ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสสตาร์ (ASP-STARS)

กองทุน ASP-STARS เป็นกองทุนผสมต่างประเทศ ที่ลงทุนโดยตรงในหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ ประมาณ 20 บริษัท โดยเน้นบริษัทที่เป็นผู้นำธุรกิจและเป็นที่รู้จักทั่วโลก มีการเติบโตของธุรกิจในระดับสูง และมีราคาที่น่าลงทุนเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน ทั้งนี้ กองทุนมีอายุโครงการ 2 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมและเพียงพอในการบริหารกองทุนเพื่อสร้างกระแสเงินสดให้กับลูกค้าระหว่างการลงทุน ด้วยการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้ผู้ลงทุน เมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนปรับขึ้นผ่านระดับทุก 5% ของมูลค่าหน่วยลงทุนเริ่มแรก คือ 10.50 บาท, 11.00 บาท, 11.50 บาท ... ซึ่งการให้ผลตอบแทนในลักษณะนี้ ถือเป็นการลดความเสี่ยงจากการรอรับผลตอบแทนเพียงครั้งเดียวเมื่อครบอายุกองทุน

โดยนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อเดือน เมษายน 2554 จนถึง ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 กองทุน ASP-STARS มีมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) อยู่ที่ 10.1393 บาท สามารถสร้างผลตอบแทนอยู่ที่ 1.39% ขณะที่ดัชนี MSCI All Country World ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงของกองทุน และดัชนีอ้างอิงผลตอบแทนของหุ้นทั่วโลก ยังคงติดลบที่ 7.90% ซึ่งทำให้กองทุน ASP-STARS มีผลตอบแทนชนะดัชนีอ้างอิงถึง 9.29%

“ผลการดำเนินงานของกองทุน ASP-STARS ที่ผ่านมาสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการใช้กลยุทธ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ ซึ่งทีมผู้จัดการกองทุนได้ให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นประเภท Lifestyle Stocks ที่เป็น Brand ระดับโลก หรือเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้นๆ โดยหุ้นในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมตามวิถีการดำรงชีวิตและการบริโภคในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงไปและหุ้นของบริษัทข้ามชาติที่มีการประกอบธุรกิจไปทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐฯ และฮ่องกง ที่สามารถเติบโตได้ดีในภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน ประกอบกับโครงสร้างกองทุนที่มีความยืดหยุ่นสูงได้ช่วยสนับสนุนให้ทีมผู้จัดการกองทุนสามารถบริหารกองทุนได้อย่างคล่องตัวในการปรับสัดส่วนการถือเงินสดเพื่อรอการลงทุน และการลงทุนในหุ้นตามความเหมาะสมของภาวะตลาดแต่ละช่วง ตลอดทั้งผู้จัดการกองทุนสามารถจับจังหวะการลงทุน และเทรดหลักทรัพย์เป็นรายตัวเพื่อทยอยสร้างผลตอบแทนให้กับกองทุนในแต่ละช่วงได้ จึงส่งผลให้กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา” นางลดาวรรณ กล่าว

นางลดาวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2555 จะยังคงชะลอตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ในปี 2555 ยังสามารถเติบโตได้ดีกว่ากลุ่มยูโรโซน ที่ยังคงมีปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะ โดยคาดว่า GDP ของสหรัฐฯ ปีนี้ จะสามารถเติบโตได้ที่ประมาณ 2% ในขณะที่เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มมีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบกับการขยายของเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจเอเชีย ในปีนี้จะยังอยู่ในระดับสูงที่ระดับประมาณ 8% และรัฐบาลจีนมีความชัดเจนที่จะดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางเศรษฐกิจเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา Hard Landing อีกทั้งจากการประชุม World Economic Forum ที่ผ่านมา ได้สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั่วโลกมากขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวน่าจะช่วยสนับสนุนให้ในระยะเวลาที่เหลืออีก 15 เดือน ของกองทุน ASP-STARS สามารถทยอยสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมายคืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะทยอยนำเสนอกลุ่มกองทุน ASP-STARS กองทุนที่สอง เมื่อจังหวะตลาดเหมาะสม โดยทีมผู้จัดการกองทุนสามารถพิจารณาลงทุนในหุ้นต่างประเทศอื่นๆ ได้ทุกภูมิภาค โดยคำนึงถึงศักยภาพการเติบโตของตลาด และการเติบโตของหลักทรัพย์ที่เลือกลงทุน โดยมีเป้าหมายว่ากองทุน ASP-STARS จะเป็น Series กองทุนที่เปิดตลาดการลงทุนให้ผู้ลงทุนมีโอกาสลงทุนในหุ้นที่ประกอบธุรกิจไปทั่วโลกนอกเหนือจากตลาดในประเทศไทยที่มีขนาดเล็ก หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลาย และหุ้นรายตัวที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยกองทุนมีจุดเด่นที่มีความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนหุ้นได้ตามสภาวะการลงทุนแต่ละขณะ และมีนโยบายในการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม

ตารางผลการดำเนินงานย้อนหลังกองทุน ASP-STARS
ตามมาตรฐานสมาคมบริษัทจัดการลงทุน สิ้นสุด ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555



เอกสารการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนรวมฉบับนี้ ได้จัดทำขึ้นตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนรวมของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน


การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

2/07/2555

บลจ. แอสเซท พลัส จะเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่กองทุนเปิด ASP-TFIXED1 ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ไทยและต่างประเทศ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 นี้

บลจ.แอสเซท พลัส เตรียมเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสตราสารหนี้ทวีทรัพย์ 1 (ASP-TFIXED1) ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ไทยและตราสารหนี้ต่างประเทศ อายุประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.20% ต่อปี* วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 นี้

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการขายและการตลาด กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในช่วงถัดไป คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะติดตามการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศควบคู่กับกรอบของเงินเฟ้อ โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังจากสถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลาย ซึ่งคาดว่าน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในไตรมาส 3 เนื่องจากส่วนของการลงทุนภาคเอกชนและการผลิตที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ทั้งนี้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้คาดการณ์การเติบโตของจีดีพีปี 2555 อยู่ที่ประมาณ 4.9% โดยทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศจะเริ่มส่งสัญญาณให้เห็นได้ชัดเจนขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 1/55 จากการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งฟื้นตัวได้เร็วจากการเร่งใช้จ่ายเพื่อฟื้นฟูความเสียหาย

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจของไทย ยังคงต้องเผชิญกับภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ตลอดจนความต่อเนื่องของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศจากภาครัฐบาล โดยระยะสั้นยังคงต้องรอความชัดเจนเกี่ยวกับพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจทั้ง 2 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.ก.กู้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3.5แสนล้านบาท และ พ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) 1.14 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และอาจส่งผลต่อการพิจารณาทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไปสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ บริษัทฯ ยังเป็นพอร์ตการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ ระยะเวลาการลงทุนประมาณ 3-6 เดือน เพื่อรอความชัดเจนของนโยบายทางการเงินและทิศทางอัตราดอกเบี้ย และไม่เสียโอกาสของผลตอบแทนหากธนาคารแห่งประเทศไทยมีมุมมองปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อชะลอเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ในช่วงครึ่งปีหลังปี 2555

“โดยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ บริษัทฯ จะ Rollover กองทุนเปิดแอสเซทพลัสตราสารหนี้ทวีทรัพย์ 1 (ASP-TFIXED1) ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ ที่เปิดเสนอขายทุกรอบ 6 เดือน โดยประมาณ โดยในรอบการลงทุนนี้ กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ไทย และตราสารหนี้ในกลุ่มประเทศเอเชีย อายุประมาณ 6 เดือนผลตอบแทนประมาณ 3.20% ต่อปี *


** การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน **